แผ่นเมทัลชีทเป็นวัสดุมุงหลังคาที่ได้รับความนิยมสูงในงานบ้าน โรงงาน โกดัง และอาคารพาณิชย์ เพราะแผ่นยาวต่อเนื่อง รอยต่อน้อย ติดตั้งเร็ว และมีให้เลือกหลายลอนหลายสี แต่การเลือกให้เหมาะกับงานจริงมีรายละเอียดมากกว่าการดูที่ราคาต่อเมตร
บทความนี้สรุป วิธีเลือกแผ่นเมทัลชีท ทีละขั้น ตั้งแต่ลอน ความหนา การเคลือบผิว ไปจนถึงอุปกรณ์ประกอบ เพื่อให้เลือกได้ตรงกับลักษณะงานและงบประมาณ
แผ่นเมทัลชีทคืออะไร
แผ่นเมทัลชีท (Metal Sheet) หรือแผ่นเหล็กรีดลอน คือแผ่นเหล็กบางที่ผ่านการเคลือบป้องกันสนิม แล้วนำมารีดขึ้นรูปเป็นลอนเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรง ทำให้แผ่นบางแต่แข็งแรงพอสำหรับงานมุงหลังคา
ด้วยลักษณะที่เป็นแผ่นยาวต่อเนื่อง จึงมีรอยต่อน้อยกว่าวัสดุมุงแบบแผ่นสั้น และนำไปใช้ได้ทั้งงานหลังคาบ้าน กันสาด ผนังเมทัลชีท และรั้วเมทัลชีท
1. เลือกลอนให้เหมาะกับงาน
ลอนคือรูปหน้าตัดของแผ่น ซึ่งมีผลทั้งกับความแข็งแรง การระบายน้ำ และความสวยงาม ลอนที่พบบ่อย ได้แก่
- ลอนมาตรฐาน — ลอนใช้งานทั่วไป เหมาะกับหลังคาบ้าน โรงจอดรถ และงานทั่วไปที่มีความชันปกติ
- ลอนสูง — สันลอนสูงกว่า ระบายน้ำได้ดี เหมาะกับหลังคาพื้นที่กว้างอย่างโรงงานและโกดัง
- ลอนคลิปล็อค / สแนปล็อค — ยึดแผ่นด้วยระบบล็อกแทนการยิงสกรูทะลุแผ่น จึงไม่มีรูสกรูบนผิวหลังคา เหมาะกับงานที่ต้องการลดจุดเสี่ยงรั่วซึม และหลังคาที่มีความชันน้อย
- ลอนกระเบื้อง — ให้หน้าตาคล้ายหลังคากระเบื้อง เหมาะกับบ้านพักอาศัยที่ต้องการความสวยงาม
- ลอนผนัง — ออกแบบมาสำหรับงานกั้นผนังและงานรั้วโดยเฉพาะ
หลักง่าย ๆ คือ ดูความชันของหลังคาและลักษณะอาคารเป็นตัวตั้ง แล้วจึงเลือกลอนให้สอดคล้อง ไม่ควรเลือกจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
2. เลือกความหนาให้เหมาะกับการใช้งาน
แผ่นเมทัลชีทมีหลายความหนา โดยทั่วไปที่พบในท้องตลาดคือ 0.25, 0.28, 0.33, 0.35, 0.47 และ 0.50 มิลลิเมตร ความหนามีผลโดยตรงกับความแข็งแรงและระยะห่างของแป ที่ใช้รองรับแผ่น
- งานหลังคาที่ต้องรับน้ำหนักหรือมีระยะแปห่าง ควรเลือกความหนามากขึ้น
- งานกันสาด งานรั้ว หรืองานที่รับแรงน้อย สามารถใช้ความหนาน้อยลงได้
- ก่อนติดตั้ง ควรตรวจสอบว่าแผ่นที่ส่งมาตรงกับความหนาที่ระบุไว้ในสเปกจริง
ข้อควรระวังคือ ความหนาที่ผู้ขายบางรายแจ้ง อาจเป็นความหนารวมชั้นสี ไม่ใช่ความหนาเนื้อเหล็กจริง จึงควรสอบถามให้ชัดเจนก่อนสั่งซื้อ
3. เคลือบสีหรือไม่เคลือบสี เลือกแบบไหนดี
แผ่นเมทัลชีทที่ไม่เคลือบสีจะเป็นสีเงินตามธรรมชาติของชั้นเคลือบสังกะสี-อะลูมิเนียม ราคาประหยัดที่สุด และทนสนิมได้ในระดับหนึ่ง เหมาะกับงานที่ไม่เน้นความสวยงาม เช่น โรงเก็บของหรืองานชั่วคราว
ส่วนแผ่นเคลือบสีที่มีคุณภาพ จะผ่านชั้นเคลือบสังกะสี-อะลูมิเนียม สารปรับผิว สีรองพื้น และสีเคลือบผิว ตามลำดับ จึงป้องกันสนิมได้ดีกว่า สีสม่ำเสมอ และมีอายุการใช้งานยาวกว่า เหมาะกับงานบ้านและอาคารที่ต้องการทั้งความทนทานและความสวยงาม
4. ดูชนิดของชั้นเคลือบ
- เหล็กเคลือบสังกะสี (Galvanized) — ราคาประหยัด เหมาะกับงานทั่วไป
- เหล็กเคลือบอะลูมิเนียม-สังกะสี (Galvalume) — ทนการกัดกร่อนได้ดีกว่า นิยมใช้กับงานที่ต้องการอายุการใช้งานยาว
ปริมาณการเคลือบและมาตรฐานของแต่ละผู้ผลิตไม่เท่ากัน ควรสอบถามรายละเอียดจากผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจ
5. วางแผนความยาวแผ่นก่อนสั่ง
ข้อได้เปรียบของเมทัลชีทคือสั่งตัดความยาวตามหน้างานได้ ทำให้ลดรอยต่อและลดเศษวัสดุ ควรวัดขนาดหลังคาจริงและวางแผนความยาวก่อนสั่งซื้อ โดยเผื่อระยะชายคาและระยะซ้อนทับตามที่ผู้ติดตั้งกำหนด
6. อย่าลืมอุปกรณ์ประกอบ
คุณภาพหลังคาไม่ได้ขึ้นกับแผ่นเพียงอย่างเดียว อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันมีผลกับอายุการใช้งานมากเช่นกัน
- สกรูยึดแผ่น — ควรใช้สกรูที่มีแหวนยางรองกันน้ำ และเลือกสีให้เข้ากับแผ่น
- ครอบสันและครอบข้าง — ช่วยปิดรอยต่อและกันน้ำเข้า
- ฉนวนกันความร้อน — เช่น แผ่นติดฉนวนหรือระบบพียูโฟม สำหรับอาคารที่ต้องการลดความร้อน
- แปรองรับแผ่น — เลือกขนาดและระยะให้เหมาะกับความหนาของแผ่น
ซื้อแผ่นเมทัลชีทที่อุดรธานี
เมทัลโฮม สตีล อุดรธานี เป็นโรงงานผลิตและจำหน่ายเมทัลชีท พร้อมอุปกรณ์ประกอบและวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ เช่น เหล็กรูปพรรณ เหล็กกัลวาไนซ์ ไม้ฝา และไม้เชิงชาย รองรับทั้งลูกค้าทั่วไป ผู้รับเหมา และงานโครงการ
สามารถสอบถามลอน ความหนา สี ความยาว จำนวน และบริการจัดส่งก่อนสั่งซื้อได้ ทางร้านให้คำแนะนำการเลือกใช้งานและประเมินราคาให้ฟรี
สรุป
การเลือกแผ่นเมทัลชีทให้คุ้มค่า ควรพิจารณาลอนให้ตรงกับความชันและลักษณะอาคาร เลือกความหนาให้สัมพันธ์กับระยะแปและน้ำหนักที่ต้องรับ ตัดสินใจเรื่องการเคลือบสีตามอายุการใช้งานที่ต้องการ และอย่ามองข้ามอุปกรณ์ประกอบ
หากไม่แน่ใจว่างานของคุณควรใช้สเปกใด แนะนำให้นำแบบหรือขนาดพื้นที่มาปรึกษาผู้จำหน่ายก่อนสั่งซื้อ จะช่วยลดปัญหาหน้างานและควบคุมงบประมาณได้ดีกว่า